เรื่องโดย : Sostuke www.marumura.com
สำหรับ
ใครที่เป็นคนรักธรรมชาติเข้ามาทางนี้เลย.. คุณมาถูกทางแล้วครับ
ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติมาก
เวลาไปเที่ยวที่ไหนไม่ว่าจะต่างประเทศหรือว่าในประเทศเองก็ตาม
สิ่งที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นได้สัมผัส ก็คือธรรมชาตินั่นเองครับ
ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา แม่น้ำ สายลม
แต่ที่ขาดไม่ได้เหมือนเป็นตัวละครเอกของธรรมชาติเลยก็คือ เหล่าพืชพันธุ์
ต้นไม้และเหล่าดงดอกไม้ที่คอยประดับประดาให้โลกดูสวยสดใสอยู่ตลอดเวลานั่น
เองครับ
การได้ชื่นชมและอยู่ท่ามกลางต้นไม้สีเขียวและดอกไม้หลายพันธุ์หลากสีนี้
เป็นของขวัญชิ้นงามที่ผู้เขียนคิดว่าเราทุกคนควรจะให้กับตัวเองหลังจากที่
ต้องหมกมุ่นอยู่กับความเครียดในชีวิตมามากพอแล้ว
วันนี้ผู้เขียนจะพาไปเยือนญี่ปุ่น ไปสัมผัสกับเหล่าพืชพันธุ์ดอกไม้ในแต่ละเดือนของประเทศญี่ปุ่นทั้งปี เผื่อว่าผู้อ่านคนไหนอยากจะไปชมของจริงกัน จะได้ไม่พลาดดอกไม้ที่ตัวเองชื่นชอบหรือสนใจกันนะครับ
January: Pine (Matsu Tree)
เริ่ม
กันที่เดือนแรกของปีเลยนะครับ เดือนนี้ตรงกับฤดูหนาวที่ญี่ปุ่น
เรียกได้ว่ามีหิมะตกโปรยปรายให้ได้สัมผัสกับอากาศเย็นๆ กันอย่างแน่นอนครับ
และแน่นอนครับว่าอากาศหนาวๆ แบบนี้เนี่ย ต้นไม้ที่เจริญงอกงามได้ดีก็คือต้น
Pine (ตระกูลต้นสน) ซึ่งบางทีมักจะคุ้นกันในรูปแบบของ Bonsai กันด้วย
ต้นไม้พันธุ์นี้ถือเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ที่สำคัญชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น
เพราะคนญี่ปุ่นมักจะนำต้น Matsu
พันธุ์แคระไปประดับประดาตกแต่งสวนกันละลานตา อย่างเอาจริงเอาจังเสียด้วย
February: Plum Blossom
เมื่อ
ย่างเข้าสู่เดือนที่หนาวอีกเดือนหนึ่ง
ดอกไม้ประจำเดือนนี้ที่คนญี่ปุ่นมักจะพากันไปชื่นชมในความงาม
ดูเหมือนจะต้องยกธงแห่งชัยชนะให้แก่ต้น Plum (ตระกูลต้นบ้วย) ไปเลยครับ
ส่วนในเรื่องของสีสันนั้น โดยหลักๆ ที่จะเห็นกันก็มักจะเป็นสีขาวกับสีชมพู
March: Cherry Blossom
เดือน
ต่อมานะครับ เมื่ออากาศอุ่นลงอีกหน่อยดอกไม้พันธุ์ฝาแฝดในตระกูล Plum
ก็จะเริ่มเบ่งบานตามพี่สาวของตัวเองไปตามๆ กัน ดอกไม้ที่ว่าคือ Cherry
หรือดอกซากุระนั่นเองครับ
ขึ้นชื่อว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศญี่ปุ่นแล้วดังนั้นความงามในแบบ
ฉบับญี่ปุ่นย่อมไม่แพ้ดอกไม้ชนิดไหนๆ
สำหรับความแตกต่างของสองพี่น้องคู่นี้ก็จะเป็นในส่วนของก้าน
ซากุระแต่ละก้านนั้นจะมีจำนวนดอกไม้ที่มากกว่า Plum นั่นเอง
ชาวญี่ปุ่นมักจะพากันออกมาทานข้าวใต้ต้นซากุระ
ส่วนตัวผมเองคิดว่าเหมือนเป็นกำไรชีวิตที่ได้หยุดพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
สวยงามอย่างดอกซากุระ
April: Wisteria
เดือน
ต่อมานี้เรามาเข้าสู่โซนสีม่วงกันครับ ในช่วงเดือนนี้และเดือนถัดไป
จะเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีสีม่วงอร่ามตาไปทั้งเมือง
ใครชอบสีม่วงก็ลองไปเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนนี้กัน = =’’ ดอกไม้ชนิดนี้คือ
Wisteria นั่นเอง
May: Iris
ดอกไม้
ประจำเดือนนี้ก็เป็นสีม่วงต่อจากเดือนก่อนอีกเช่นกันนะครับ
ดอกไอริสเป็นดอกไม้ที่หากไปชมที่ทุ่งไอริสจะมีความสวยงามกว่านำมาปลูกเองมาก
แล้วชาวญี่ปุ่นเองก็มักจะเดินออกไปรับอากาศอุ่นข้างนอกพร้อมกับชมดอก Iris
ที่เล่นกับแสงอาทิตย์อย่างไม่ลดละ
ฤดูกาลนี้เป็นช่วงที่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือในบริเวณสวน Iris
หรือออกไปทำกิจกรรมข้างนอกมากเลย
June: Peony
เดือน
มิถุนายนนี้อากาศค่อนข้างอุ่นและดอกไม้ที่บานสะพรั่งในเดือนนี้จะมีโทนสี
ชมพูและแดง แต่ในบางสายพันธุ์ก็มีสีเหลืองสดให้ดูด้วย ดอก Peony
ที่ปลูกเป็นทุ่งจะให้อารมณ์ของความสดชื่นและสวยงามดั่งอยู่ในนิยายเลยครับ
ดอกไม้ชนิดนี้มีขายกันอย่างคึกคักในร้านดอกไม้ที่ญี่ปุ่น
ซึ่งราคาก็มักจะแพงเป็นปกติครับ
July: Mountain Clover
ใน
ช่วงเดือนที่อากาศสดใสแบบนี้ดอก Mountain Clover เป็นดอกไม้ที่เหมาะมาก
นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอากาศที่สดใส
ยังเป็นสัญลักษณ์ของการออกไปเล่นนอกบ้าน
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวไม่ควรพลาดในช่วงหน้าร้อนอีกด้วย
August: Rising Moon (Moonrising)
ดอกไม้
ประจำเดือนสิงหาคมเป็นดอกไม้สีขาวที่มีชื่อเรียกสองชื่อครับจะเป็น Rising
Moon หรือว่า Moonrising ลักษณะเหมือนพระจันทร์เต็มดวงเลยใช่หรือเปล่าครับ
ดอกไม้ชนิดนี้นิยมปลูกประดับกันไว้ตามสวนและสถานที่ทำงานทั่วไป
ความขาวสะอาดของดอกทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาต้องสะดุดตามองไม่มากก็น้อยเลย
ทีเดียวครับ
September: chrysanthemum
เป็น
ดอกไม้สีขาวอีกชนิดหนึ่งที่ดูสะอาดสดใสได้ไม่แพ้สีอื่นเลย
ในเดือนกันยายนนี้หากได้ลองออกไปเที่ยวตามภูเขาหรือสวนที่ปลูกดอก
Chrysanthemum (ตระกูลดอกเบญจมาศ)
หากใครได้ไปญี่ปุ่นในเดือนนี้ก็ลองไปเที่ยวดูนะครับ
October: Maple
เข้า
มาสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ทั้งเมืองเตรียมผลัดใบต้อนรับฤดูหนาวกัน
แล้ว!! และในเดือนนี้ที่เห็นจะโดดเด่นที่สุดคงเดากันได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นต้น Maple
ซึ่งจะทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นสีแดงเพราะใบเมเปิลที่ร่วงหล่นลงเป็นพรม
สีสดใสบนพื้น ให้อารมณ์ศิลปินมากๆ เหมาะสำหรับนั่งวาดภาพอย่างยิ่ง
โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าใบเมเปิ้ลสีแดงให้ความรู้สึกที่โรแมนติกที่สุด
แล้ว ใบไม้ที่ค่อยๆ ร่วงหล่นกับการเดินเล่นไปเรื่อยๆ ทั่วเมือง
รวมถึงได้รับประทานอาหารตามฤดูกาล ก็เป็นหนึ่งในความสุขอย่างมากเลยครับ
November: Willow
ดอก
วิลโลที่ว่านี้เบ่งบานสะพรั่งในเดือนพฤศจิกายนที่ถือได้ว่าเป็นเดือนซึ่ง
อากาศเริ่มหนาวแล้ว ดอกไม้สีขาวอมชมพูที่เหมาะกับฤดูกาลนี้มากนั้น
มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น ต้นวิลโล่ออกดอกวิลโล่เป็นกระจุกๆ
ดูแล้วสบายตามากเลยครับ
December: Paulownia
ปิด
ท้ายกันที่ดอกไม้สีม่วงอมชมพูอีกทีในท้ายปีก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาวกันอย่าง
เต็มตัวนะครับ ดอก Paulownia
ที่โดดเด่นในท้ายปีนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นสัญลักษณ์ของสำนักนายก
รัฐมนตรีญี่ปุ่นเชียวนะครับ ลักษณะที่สำคัญคือจะห้อยลงมาเป็นพวง
สวยงามไม่แพ้ดอกไม้พันธุ์อื่นๆ เลยใช่ไม๊ครับ :D
ผู้
เขียนเองรู้สึกว่าเหมือนได้ดื่มดำไปกับธรรมชาติไปเกือบครึ่งของความเป็นจริง
กันเลยทีเดียว แต่หากผู้อ่านคนไหนยังไม่จุใจละก็
ลองเก็บเงินไปสัมผัสกับธรรมชาติแบบญี่ปุ่นๆ
กันชนิดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็น่าสนใจ ซึ่งถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่ครบปี
ดูดอกไม้ให้ครบทุกชนิดตั้งแต่ต้นปีจนไปถึงท้ายปีเลยใช่หรือเปล่าครับ
ถือว่าเป็นการให้รางวัลกับตัวเองที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
พักผ่อนจากงานหนักๆ แต่หากกระเป๋าแบนเงินในคลังไม่อำนวยแล้วละก็
เลือกไปแค่เดือนเดียวในหนึ่งปีก็ถือว่าสุดคุ้มแล้วละครับ
สำหรับผมนั้นขอนั่งดูในอินเตอร์เน็ตไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน
เมื่อไหร่ที่กระเป๋าตังค์พองโตหนาตึ๊บขึ้นมาวันไหน
พร้อมจะลุยสักเดือนหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอนครับ !!!
ทัวร์เกาหลี ทัวร์เกาหลี ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ลาว ทัวร์ลาว
ทัวร์กัมพูชา ทัวร์กัมพูชา